tHe Poii's profile● tHe POii ● PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    November 24

    ความรัก

    ความรัก
    ความรักไม่ได้มาจากคนที่ สมบูรณ์ ไปหมดทุกอย่าง
    แต่มันจะมาจากคนที่สามารถช่วยคุณให้เป็นคนที่ดีที่สุด
    เท่าที่คุณจะเป็นได้...
    *******

    "รัก"

    เรื่องราวที่ผ่านมา...ทำให้ฉันเจ็บปวดใจอยู่นาน...นานมาก แล้วก็ค่อย ๆ บรรเทาเบาบางลง...แต่...ไม่เคยหายสนิท...

    ฉันเลือกที่จะเดินต่อไป ...ในแบบที่ควรจะเป็น...ไม่ใช่ตามแบบแผน ที่คนทั่ว ๆ ไปกระทำกัน...

    ไม่มีใคร ไม่เคยทำผิด...ให้อภัย...แล้วก้าวต่อไป...

    .

    เรา...เดินกันไป ในแบบของเรา...ฉันไม่อาจเอาตัวเราไปเปรียบเทียบกับใครได้ เพราะถ้าหากฉันทำเช่นนั้น...เรา...ไม่อาจเดินเคียงข้างกันได้อีก...

    ทุกวันนี้เรายังเดินจูงมือกัน...ไปทานข้าวกันสองต่อสอง...ไปเดินเที่ยว เดินซื้อของกัน...แม้ไม่เหมือนเดิม...แต่...เรามีเรา...

    ความรักออกแบบไม่ได้...

    ความรักไม่มีแบบแผน

    ความรัก...มองไม่เห็นด้วยตา แต่รับรู้ได้ด้วยใจ

    ความรัก...พัฒนาไป...ตามรูปแบบของเรา

    ฉันมีความสุขในวันนี้ เพราะเขายังอยู่ ...ไม่ได้อย่างใจในทุกเรื่อง...แต่ก็ทำใจ และปรับตัวได้...ไม่เอาตัวเองไปวัด...ไปกำกับว่า...ต้องเป็นอย่างนั้นต้องเป็นอย่างนี้...จุดที่ต่างฝ่ายต่างยอมรับกันได้...คือ ...เรา

    ชีวิตคือการเรียนรู้...โจทย์รัก...ต้องใช้เวลาในการแก้สมการไปตราบจน...จากกัน...

    .

    คู่ไหนมีปัญหา...จงใช้ใจและใจคุยกัน...อย่ากดความรู้สึก...ใส่เครื่องคิดเลข คำนวณคุณค่าของรักเรา...ความรัก ประเมิณค่ามิได้...แล้วคุณจะไม่เสียใจ...ไม่ว่าผลการตัดสินใจออกมาจะเป็นเช่นไร

    เรารักกันง่าย...แต่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตราบจนตายจากกันนั้นยาก...จงถนอมน้ำใจกัน ให้เหมือนวันแรกที่รักกัน...ส่งผ่านรัก...ให้กันผ่านดวงตาแห่งรัก...คำ...กี่หมื่นคำ...จำเป็นน้อยลงในวันที่เราสื่อสารกันได้ด้วยใจ

    เรารักกันง่าย...แต่รักษาความรักที่เกิดขึ้นแล้วให้คงอยู่กับใจเราตลอดไป นั้นยากยิ่ง...รักแล้ว...จงมั่นคงในรัก...จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บปวดกับความรัก...รักสามเศร้าจะเป็นได้เพียงหนังที่เราจูงมือกันไปดู...มิใช่ละครชีวิตจริงที่เราต้องเผชิญ

    November 12

    เพียงก้าวพลั้ง

    เพียงก้าวพลั้ง

    บางครั้งหัวใจของเราก็พุ่งไปเร็วกว่าความคิด 
    โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นสิ่งที่ปรารถนาอยู่ตรงหน้า 
    แค่วินาทีเดียวก็ยังกลัวที่จะสูญเสียมันไป 
    ฉันรู้สึกคล้ายกับเวลาที่เดินหรือวิ่งขึ้นบันได 
    ฉันชอบก้าวทีละสองขั้น 
    ถึงพื้นได้เร็วกว่า แต่ก็ใช่ว่าฉันจะไม่เคยสะดุดล้ม 
    แต่ . . .ฉันได้ทำเช่นนั้นกับความรัก 
    ประหม่ากับการใช้หัวใจอย่างลุ่มหลง 
    และไม่เกรงกลัวต่อความผิดหวังที่จะเกิดขึ้น 
    สุดท้ายสิ่งที่ได้รับก็สมควรแก่ความประหม่าที่ได้ใช้ไป 
    น้ำตา และความเสียใจ ผลรับที่เลวร้ายเกินจะทน 
    เหมือนฉันฆ่าตัวเองทางอ้อม 
    เหมือนวิ่งสะดุดล้มเข้าใส่ปลายมีดที่เธอถือไว้ 
    มันทิ่มลงลึกกลางใจ 

    เหมือนตาย แต่ไม่ตาย . . . เท่านั้นเอง 

    อย่างน้อยวันนี้เราทำดีที่สุด...

    อย่างน้อยวันนี้เราทำดีที่สุด... 

    แม้ว่าเวลาของความผูกพัน มันอาจจะสั้น จนเหมือนเราไม่ได้รักกัน
    และตอนนี้ความห่างไกลก็ได้ใกล้เรามากขึ้นเพื่อที่จะแทรกให้เราห่างกันไปทุกที......
    เธออยากรู้ไหม ว่าทำไมเราต้องห่างกัน ฉันพยายามหาคำตอบให้กับตัวเอง จนวันแล้ววันเล่า ฉันก็ยังไม่เข้าใจ
    หรืออาจเป็นเพราะเวลาของเธอกับฉันได้หมดลงแล้ว คนบนฟ้าคงกำหนดให้เรามาพบกันแค่เท่านี้
    และเค้าก็ทำให้เราจากกัน มันไม่ยุติธรรมเลยที่เค้าทำให้ฉันรักเธอ ทำไมเค้าถึงไม่ทำให้ฉันแค่รู้จักเธอเท่านั้นนะ
    ถ้าฉันรู้อะไรล่วงหน้า ว่ามันจะเป็นแบบนี้ สาบานได้ ฉันจะไม่รักเธอแม้สักนิดเดียว
    มันช่างทรมานเหลือเกินกับความรู้สึกที่ฉันเป็น ฉันเสียใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้.......
    การสูญเสียครั้งนี้ฉันจะเรียกร้องจากใคร

    (บางทีคนเราก็ต้องการระยะห่าง...เพื่อทบทวนความรู้สึกตัวเอง ว่าเรารู้สึกอย่างไรกับเค้าคนนั้น)

    มันช่วยฉันได้มาก แล้วตอนนี้ฉันคิดว่าสิ่งต่างที่ผ่านมา ก็เป็นคำตอบที่ดีสำหรับฉัน
    ฉันคงเข้าข้างตัวเองที่คิดไปว่า..... อาจเพราะ คนบนฟ้าอาจกำลังสงสัย เราสองคนอยู่ ว่าเรารักกันจริงหรือเปล่า
    เค้าเลยทดสอบให้เราห่างกัน แยกเราไปคนละทาง เพื่อทดสอบว่า ถ้าเราต้องใช้ชีวิตเพื่อรอคอยใครบางคน
    ที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ช่วงเวลาที่รอนั้น จะเป็นตัววัดความรู้สึก และพิสูจน์ความแข็งแรงของความรัก
    วัดการกระทำ ความเสมอต้นเสมอปลาย กับการอดทนด้วยเงื่อนไขเวลาของการห่างไกล
    เมื่อถึงเวลานั้น เราจะได้รู้ว่าเราได้เลือกถูกคนหรือไม่ และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
    กับการต้องทำหัวใจไม่ให้หวั่นไหวกับอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ
    ที่คอยเข้ามาทำให้ไหวหวั่นกับสิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปทุกๆ วัน
    ความห่างไกลจึงเหมือนเป็นตัววัดปริมาณความรักของเรา

    ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับวันพรุ่งนี้ เราจึงกลัวที่จะเผชิญหน้ากับมัน
    เราคิดไปล่วงหน้า ว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เราไม่สามารถบังคับให้ใครมารักเราได้
    และถ้าเธอจะอยู่ หรือเธอจะไป จะรักกันมากขึ้น หรือน้อยลง ก็จะเป็นเพราะเราสองคน
    คงไม่ใช่ความต้องการของฉันฝ่ายเดียว หรือเธอฝ่ายเดียว

    (คงจะไม่มีอะไรที่จะน่ากลัวและเลวร้ายไปกว่า การยอมรับความรู้สึกตัวเอง อีกแล้ว........ใช่มั๊ย)

    วันนี้ฉันจึงมีความสุข ถึงแม้ว่าเราจะห่างกัน แต่อย่างน้อย ฉันก็ไม่เสียใจ ในสิ่งที่ฉันทำ
    แต่ฉันคงจะเสียใจแน่ๆ หากฉันไม่ได้ทำ
    นั่นก็คือ การได้รักเธอ.......มีวันที่เลวร้าย มีวันที่สวยงาม มีวันที่ว่างเปล่า สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน
    สุขเคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป ทุกข์ก็เช่นเดียวกัน วันนี้ฉันมีความทรงจำที่ดี ระหว่างเรา
    ฉันจึงมีเรื่องให้นึกถึงวันดีดีมากมาย และฉันก็ได้ยิ้มให้กับความทรงจำนั้น
    จน ณ ตอนนี้ จนถึงวันนี้ จึงรู้แล้วว่า ยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้เราทั้งสองต้องเรียนรู้ และเผชิญหน้ากับมัน
    อาจจะลำบาก เหน็ดเหนื่อย แต่เชื่อฉันนะ ว่าสักวันความฝันเราต้องเป็นจริง
    ฉันมีความหวังตราบที่ฉันยังมีลมหายใจ เพราะความหวังของฉันนั้นมันเป็นสิ่งที่มีค่า
    ทำให้ฉันมีจุดมุ่งหมาย เผื่อสักวันอาจจะได้เป็นดังหวัง เมื่อฉันเป็นคนเริ่มต้น ฉันก็อยากจะเป็นคนทำให้มันจบ
    ถึงแม้ว่าการได้รักคือการเสี่ยงที่จะไม่ได้รับรักตอบแทน การตั้งความหวังคือการเสี่ยงที่จะเจ็บปวด
    การพยายามคือการเสี่ยงที่จะล้มเหลว แต่ยังไงก็ต้องเสี่ยง เพราะสิ่งที่น่าอันตรายที่สุดถ้าชีวิตนี้ ฉันไม่เสี่ยงอะไรเลย

    ถ้า”รัก” เริ่มต้นที่คนสองคน ผูกพันกัน เข้าใจกัน ต่างต้องการอยากที่จะร่วมทางเดินด้วยกัน
    วันนี้ฉันก็อยากจะให้เรา “ไว้ใจ” กัน เพราะแน่นอน เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น
    แต่ถ้าวันนี้เราทำดีที่สุดแล้ว ก็คงไม่ต้องกลัวอะไรวันต่อไปของเราก็คงจะดีเอง...
    และฉันก็พอใจ กับสิ่งที่ได้รับในเวลานี้ ฉันมีความสุขที่ได้รัก รักในสิ่งที่ฉันเป็น
    รักในทุกความรู้สึกดีดีที่ได้รับจากทุกคน รักในสิ่งที่ตัวเองทำ
    และฉัน....................รักในสิ่งที่หัวใจฉันต้องการ....สำหรับฉันจึงไม่ต้องการอะไรมากมาย

    ฉันรู้สึกเหมือนกับตัวเองช่างเป็นผู้หญิงโชคดีเหลือเกิน ที่ฉันโชคดีที่มีคนที่รักฉัน
    และฉันก็รักเค้า กับผู้ชายอย่างเธอ ทั้งที่บางครั้งเธอเองก็อาจคิดว่าตัวเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร
    แต่อย่างน้อยวันนี้เธอดีกับฉัน ฉันจึงไม่สนใจว่าเธอจะเป็นอย่างไร และ ถึงแม้ว่าเรื่องราวระหว่างเรา
    อาจจะไม่เป็นดังที่เราหวังเลยสักนิดเดียว หรืออาจจะไปไม่ถึงฝัน...................

    “ฉันรักเธอ” และอยากให้เธอมีความสุข แม้ว่าความสุขนั้น จะไม่ได้หมายถึงว่ามีฉันอยู่ด้วยก็ตาม
    และหากความจริงเราต้องจากกันไปจริงๆ ฉันรับประกันได้เช่นกันว่า..
    ถ้าวันนี้ฉันไม่ขอร้องให้เธอมาเป็นของฉัน ฉันจะต้องเสียใจ ไปจนตราบชีวิตฉันจะหาไม่
    เพราะฉันรู้หัวใจฉันดีว่า เธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในใจฉันตลอดมา

    อยากบอกทุกคนว่า ไม่มีใครได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการทั้งหมด
    ไม่มีใครที่เกิดมาสมบูรณ์แบบ วันนี้เราควร ”ปล่อยวาง” เพื่อให้หัวใจไม่บอบช้ำนานเกิน
    จนกลายเป็นแผลในใจที่คอยทำร้ายตัวเอง....
    มีความสุขกับความเป็นจริงวันนี้เพราะพรุ่งนี้เราอาจไม่มีโอกาส............



    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    บทลาของการเริ่มต้น

    บทลาของการเริ่มต้น 

    แจกันน้อยเดินทางมาจากดินแดนหนึ่งที่มีความรักลึกซึ้งล้ำค่า
    แต่ทว่ามิอาจมอบรักแด่ดอกไม้ดอกใดได้
    ทำไมนะหรือ ก็เพราะมันเจอดอกไม้ที่สวยสดงดงาม
    หากทว่ามันยังไม่เจอดอกไม้แห่งรักที่แท้จริง

    วันนี้หัวใจเหนื่อยนักยิ่งไขว่คว้ายิ่งไกลยิ่งห่าง
    ความเป็นจริงที่โหดร้าย ได้กัดกร่อนก้อนเนื้อเท่ากำมือที่เรียกว่า “หัวใจ” จนบอบช้ำ
    ในทางกลับกันมันทำให้หัวใจนี้เข้มแข็งขึ้น
    ขอบคุณวันเวลาที่นำพาเธอมาให้พบ
    ละครบทนี้เดินเรื่องด้วยความเหงา เศร้า รอยยิ้ม คราบน้ำตา
    สุดท้ายตัวเอกของเรื่องคือ “ความว่างเปล่า”
    จะมีใครสักกี่คน ที่จะต้องการรู้ตอนจบจริงๆของเรื่องราวที่อยู่ในความทรงจำ
    และไม่มีวันเลือนหายไปจากใจ
    เพราะในชีวิตจริงนั้น……..
    มีอยู่หลายเรื่องที่เราจำเป็นต้องรู้ตอนจบ
    แม้ว่าจะไม่อยากรับรู้ก็ตาม
    ฉันเดินทางมาไกล ไกลเกินกว่าจะย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ ณ จุดเดิม
    ในความรู้สึกลึกๆ ข้างใน
    ความรู้สึกนั้นยังคงงดงามเสมอ
    ถ้าทำได้อยากหยุดทุกอย่างไว้ ณ ตรงนี้
    ตรงที่ความรู้สึกดีๆ ยังคงมีอยู่
    หยุดพักปล่อยวางทุกอย่างไว้ข้างหลัง
    จากนั้นก้อนเนื้อที่เรียกว่า “หัวใจ” นี้แหละจะพาสองเท้านี้ก้าวไป
    ทุกอย่างจบลงแล้ว วันพรุ่งนี้เป็นของเรา
    …………………………………………….
    มิตรภาพมั่นคง ยืนนาน ต้องผ่านบทเรียน คืน วัน
    และความผันแปรทั้งหลาย
    ณ วันหน้าผากยับย่น เส้นผมกลายเป็นสีเทา
    ถนอมมิตรภาพแสนงามไว้ในดวงใจ

    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

    ความรัก

    ให้ความรักเป็นหนังสือ

    เค้าว่ากันว่า... อ่านหนังสือสักเล่ม  ต้องใช้เวลา

    เช่นเดียวกัน ...    เราคงไม่รู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันแรก

    เค้าว่ากันว่า  ...  อย่าตัดสินหนังสือดีดี  แค่ปกมันสวย

    เช่นเดียวกัน ...   คนหน้าตาดีอาจไม่ดีเสมอไป

    เค้าว่ากันว่า ... คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย  ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่ชอบไม่ได้

    เช่นเดียวกัน ...  คนที่เราไม่คิดอยากจะรู้จัก  อาจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตเราก็ได้

     

    เค้าว่ากันว่า  ... การชอบหนังสือสักเล่ม ไม่ได้หมายความว่า  หนังสือเล่มนั้นดีทุกหน้า

    เช่นเดียวกัน ...  การรู้สึกดีกับใครสักคน  ไม่จำเป็นว่าเค้าจะต้องไม่มีข้อเสียอารายเลย

    เค้าว่ากันว่า  ...  อย่ารู้สึกเสียดายเวลากับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบแล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ไม่ชอบ

    เช่นเดียวกัน ...  จงรู้สึกดี  กับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่  แม้ว่าวันหนึ่งจะรู้ว่า 

    เขาคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด  เพราะอย่างน้อย  ต่อจากนี้ไป  เราจะได้เลือกคนที่ถูกและใช่ 

    ระยะห่าง*

    ระยะทาง

    วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต 
    ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป 
    แต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น.. จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จัก 
    คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน
    เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน 
    สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

    บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จัก 
    คนคุ้นเคย หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่...

    บางคนเปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย...
    จากคนเคยคุ้นกลายมาเป็น คนรักกัน ..

    ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ ... และเมื่อนั้น 
    เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น .. ... 
    แต่ในทางกลับกัน.. ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา 
    จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก .. 
    กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ..... 

    แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่ ..
    แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ.. 
    ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา 
    พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก.. ... 

    ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้ 
    และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน.. 
    เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1 
    ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ 

    และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน 
    เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว 
    เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ.....

    กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก 
    เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง

    กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ 
    เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป.. 

    แต่กับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่ 
    ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด..... 

    เคยรู้สึกใช่ไหมว่า .. ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี 
    กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม... 
    กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก 
    แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน.....

    ขณะที่บางคนวิ่งตาม 
    ล้มลุกคลุกคลานและเจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า 
    และขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี 
    โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน 
    อะไรก็เกิดขึ้นได้กับความรู้สึกคน.. 
    เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้าย! ก็ยังพยายาม 
    พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น 

    บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา .. 
    ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน .. ไม่เคยรับรู้ว่า 
    ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน 
    แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น 
    ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ .. 
    ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ ... 
    การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก 
    แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลายๆ คน... 

    บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต.. 
    ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม.. ขณะที่บางคนอยู่นิ่งๆ 
    ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา 
    ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย... 
    ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหาริย์.. .... 

    เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง 
    ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป 
    เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า 

    ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง 
    เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดีๆ ไป เพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน 
    เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน 
    เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี..เสียอีก.. 
    แล้วคุณๆ เล่า เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม.. 
    เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึก
    กลับเป็นตัวแปรผกผันกัน 
    เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ 
    หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล 
    กันบ้างไหม.??

    November 05

    หนาวนี้

     
    " หนาวนี้ "
    ***************************************************
    ขอมือหน่อยได้ไหม...
    อากาศหนาวๆไม่ชอบเลย
     อยากขอแค่ได้ไออุ่นจากเธอได้ไหมบอกความรู้สึกข้างใน
    ก่อนหน้าหนาวคราวนี้จะผ่านไป
    October 22

    ลมหนาว

     

    "ลมหนาว" 

    ลมหนาว  ณ  เชียงราย 

     ทำไมช่างเยือกเย็นซึมลงสู่ก้นบึ้งหัวใจอะไรเช่นนี้ 

     คิดถึงคนบางคนที่อยู่ไกล  ...

     

    ******************************************************

    October 20

    ความรัก

     
    "ความรัก"
    "ความรัก" ที่งดงามนั้นก็ไม่เคยตาย...
    ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านเนิ่นนานแค่ไหน
    ม่ว่าความรักจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางหรือไม่?
     
     
    ********************
    October 03

    มองพระจันทร์

    ดึกดื่นคืนใด มองฟ้าไม่เห็นจันทร์ ไม่เจอะเจอกัน ให้รู้ไว้ว่ามันไม่หายไป
    แค่หมอกบังตา แค่แผ่นฟ้ากั้นเอาไว้ ด้วยความห่างไกลจึงมองไม่เห็น
    อยากให้รู้ ว่าฉันยังส่องแสง ยังฉายลงมาที่เธอไม่เคยห่างหาย
    ค่ำคืนนี้ แม้เมฆหมอกจะกั้นไว้แค่ไหน ให้รู้ไว้ว่าจันทร์ยังเต็มดวง
    อยู่ห่างเพียงใด แต่ฉันก็เหมือนเคย ไม่เจอะกันเลย แต่รู้ไหมฉันยังไม่หายไป
    แค่อยู่ไกลตา แค่แผ่นฟ้ากั้นเราไว้ และยังห่วงใยเหมือนเดิมเสมอ
    อยากให้รู้ ฉันยังไม่เปลี่ยนไป ยังรักเพียงเธอยังคิดถึงกันเสมอ
    ค่ำคืนนี้ แม้ไม่อาจได้พบได้เจอะเจอ ให้รู้ไว้ว่าฉันยังคงเดิม
    อยากให้รู้ ฉันยังไม่เปลี่ยนไป ยังรักเพียงเธอยังคิดถึงกันเสมอ
    ค่ำคืนนี้ แม้ไม่อาจได้พบเธอ แม้ไม่มีเธอแม้ไม่มีเธอข้างกาย
    ให้เธอรู้ฉันยังไม่เปลี่ยนไป

    ความรักจากใจฉัน ยังเหมือนพระจันทร์ดวงนั้นที่ยังเต็มดวง
    ความรักจากใจฉัน ยังเหมือนดวงจันทร์ ที่ไม่เคยเปลี่ยนไป

    จุดเริ่มต้น

    เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ทุกวัน  ทุกวัน

    เราต่างก็อยู่บนความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

    ต่างก็รู้ตัวบ้าง ..ไม่อยากรู้ตัวบ้าง

    การได้เป็นตัวของตัวเองทุกๆวันมันเป็นเรื่องน่ายินดี

    แต่จะมีสักกี่คนที่ได้ตื่นขึ้นมายินดีทุกวัน

    พวกเราต่างก็ผลัดกันยิ้ม  ผลัดกันเสียใจ

    เพราะโลกคือสนามแข่งขันขนาดใหญ่ที่ไม่มีวันจบ

    เราอาจเพียงหวังแค่เพียงได้เข้าใกล้รอยยิ้มเข้าไปอีกนิด

    และหนีห่างจากความทุกข์ออกมาอีกหน่อย

    คนที่มีความฝันนั้นดีเสมอ

    บ้างฝันในโลกแห่งความจริง

    บ้างตื่นในโลกแห่งความฝัน

    ใครจะไปรู้ได้ว่าเราอยู่ในโลกใบไหนกันแน่?

    จะใช่โลกใบเดิมของเมื่อวานรึเปล่าหนอ

    แต่แล้วคนบางกลุ่มก็ได้ตัดสินใจว่า

    ลุกขึ้น ........ แล้วทำในสิ่งที่อยากทำกันเถอะ

    เอาสิ ......... ทำเลย

    ทั้งหมดนี้ก็คือที่มาง่ายๆ  และเดิมๆ ของการเดินทาง

    ครั้งใหม่อีกครั้ง ...

    ความรักกับน้ามเปล่า

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร


    แต่มันกลับมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามากความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ...
    น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียนความรักก็เหมือนน้ำเปล่า. .ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร
    ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้นใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิดใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก
    คงจะทำไม่ได้เช่นกันหรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทางเหมือนกับน้ำเปล่าคุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ ?
    อย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมซ่าๆ

    มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้ ...

    แม้น้ำเปล่า จะซาบซ่า ไม่เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม

    แม้น้ำเปล่า
    จะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง

    แต่น้ำเปล่า
    มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย
    มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใดๆน้ำเปล่า
    เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ เหมือนกับรักแท้ ...
    คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์ เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด 

    สะพานชีวิต

    สะพานชีวิตที่ทอดยาว เส้นทางสีขาวที่ก้าวเดินในแต่ละก้าว
    ถูกแต่งแต้มให้เป็นสีต่างๆกันไป
    บางก้าวเป็นสีที่สดใส บางก้าวเป็นสีเท่าหม่น
    สลับสับเปลี่ยนกันไป ทำให้สะพานดูมีสีสัน
    ในขณะที่ฉันเดินมาถึงกลางสะพาน
    อีกหลายๆคนเดินอยู่ข้างหลังฉัน
    และก็ใครอีกหลายๆคนที่เดินนำหน้าฉัน
    นั่นคือเส้นทางที่ทุกคน
    จะต้องเดินไปตามบาทวิถี
    หนทางสิ้นสุดอยู่ที่ใดทุกคนรู้
    อยู่ที่ว่าเราจะก้าวเดินไปอย่างระมัดระวัง
    หรือปล่อยจิตใจให้ล่องลอยโดยที่ไม่รู้ว่า
    ฉันย่างก้าวถึงไหนแล้ว
    ตอนนี้ฉันกำลังล่องลอยอยู่กลางสะพาน
    ฉันรู้สึกเคว้ง บางอารมณ์ฉันอยากเดินกลับไป
    แต่ในแต่ละก้าวที่ฉันเดินผ่านมา
    มันได้ถูกแต่งแต้มสีสันไปแล้ว
    แก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้น
    ในทุกย่างก้าวต่อไป ฉันเตือนตัวเองว่า
    จะต้องแต้มสีสันในก้าวต่อไปให้สดใส
    ดียิ่งกว่าเดิมจนกว่าหนทางจะสิ้นสุดลง
    ตามทางข้างหน้ามันยังคงเป็นสีขาว
    ที่รอสีสันมาแต่งแต้ม
    ฉันยังคงก้าวเดินต่อไป ต่อไป
    บนเส้นทางสะพานชีวิต....

    สำหรับความรัก

    สำหรับคนมีความรัก
    ทุกความรู้สึกล้วนเป็นความรัก
    เห็นอะไรก็คิดถึงคนรัก..
    หายใจเข้าเป็นความรัก หายใจออกเป็นความคิดถึง
    ทุกลมหายใจอุ่นอวลด้วยกลิ่นไอความอาวรณ์ ห่วงหา
    สารพันความรู้สึก หลากหลายอารมณ์
    แต่ทั้งหมดก็มาจากความรู้สึกเดียว
    ที่เรียกว่า "ความรัก"

    ความรักที่ดลบันดาลให้ใครคนหนึ่ง
    สามารถทำอะไรได้มากมาย
    เขียนหนังสือได้เป็นเล่มๆ เพื่อจะบอกใครเพียงคนเดียว
    ว่าความรักไม่เคยจางหายไปไหน
    ความรักยังอยู่..และความรักที่งดงามนั้นก็ไม่เคยตาย..
    ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านเนิ่นนานแค่ไหน
    ไม่ว่าความรักจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางหรือไม่
    ใครคนหนึ่งก็ยังคงมีรักเดียว
    และทุกวินาทีก็ยังคิดถึงแต่คนรัก..

    เพราะคนเรามีชีวิตอยู่ได้ด้วย
    ความรัก ความหวัง และความฝัน
    ถ้าเมื่อไหร่ไม่มีสามอย่างนี้ชีวิตนั้นก็เหมือนตายไปแล้ว..
    April 27

    "เรา"

     

     

    มาถึงวันนี้ได้ เราก็ผ่านอะไรมาเยอะ ทั้งทุกข์ สุข เศร้า เหงา และความห่างไกล

    มีคนเขาบอกว่า ความห่างไกล มีไว้วัดปริมาณความผูกพัน ... ใช่! อาจจะเป็นอย่างที่เขาพูดกันไว้อย่างนั้น แต่ใครคนไหนล่ะ จะอธิบายความรู้สึกนั้นได้จริงและเขาใจได้อย่างลึกซึ้งถ้าความรู้สึกนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับตนเอง

    ความรัก ..

    วันนี้รู้แล้ว  สิ่งที่ความรักจำเป็นต้องมี

    คือ ..การเชื่อใจ เข้าใจ และไว้ใจกัน*

    ใช่! บางครั้งมันก็เป็นเรื่องยากที่เราจะเรียนรู้มันอย่างลึกซึ้ง ด้วยเหตุผลหลาสยๆอย่าง เราต่างเป็นคนที่ต่างหลากหลายด้านความคิด ด้านชีวิตความเป็นอยู่ ด้านวัฒนธรรม ดัังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางครั้ง เราจะมี"ทะเลาะ" กันบาง มันเ็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้น บางคนบอกไว้ว่ายิ่งทะเลาะกันมากเท่าไหร่ ก็จะยึ่งเข้าใจกันมากขึ้นแต่มันก็ไม่ใช่กับทุกคู่เสสมอไป 

    เราควรเดินคนละครึ่งทางดีไหม?

    ปรับเข้าหากันทั้ง 2 คน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งที่ปรับเข้าหาหันอย่างสุดซึ้ง แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดอะรัยขึ้น ก็ไม่มีอะรัยดีขึ้นเลย นอกจาก ยิ่งปรับก็ยิ่งห่าง พอห่าง ไม่นาน ก็ต้องจบกัน

    ความเสียใจ! 

    เป็นของคู่กันมากับความสุขอยู่แล้ว อยู่ที่เราใช้ชีวิต อยู่ที่ว่าเรายึดติดมากแค่ไหน

    เรารู้จัก "รัก" รักอย่างมีสติเรานั่นแหละ จะค้นพบกับคำว่า "สุข" อย่างสุดซึ้ง และเจอคำว่า"เรา" ที่ตามหาอยู่นั่น... 

    March 25

    *จุดเริ่มต้น*



    เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ทุกวัน  ทุกวัน

    เราต่างก็อยู่บนความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

    ต่างก็รู้ตัวบ้าง ..ไม่อยากรู้ตัวบ้าง

    การได้เป็นตัวของตัวเองทุกๆวันมันเป็นเรื่องน่ายินดี

    แต่จะมีสักกี่คนที่ได้ตื่นขึ้นมายินดีทุกวัน

    พวกเราต่างก็ผลัดกันยิ้ม  ผลัดกันเสียใจ

    เพราะโลกคือสนามแข่งขันขนาดใหญ่ที่ไม่มีวันจบ

    เราอาจเพียงหวังแค่เพียงได้เข้าใกล้รอยยิ้มเข้าไปอีกนิด

    และหนีห่างจากความทุกข์ออกมาอีกหน่อย

    คนที่มีความฝันนั้นดีเสมอ

    บ้างฝันในโลกแห่งความจริง

    บ้างตื่นในโลกแห่งความฝัน

    ใครจะไปรู้ได้ว่าเราอยู่ในโลกใบไหนกันแน่?

    จะใช่โลกใบเดิมของเมื่อวานรึเปล่าหนอ

    แต่แล้วคนบางกลุ่มก็ได้ตัดสินใจว่า

    ลุกขึ้น ........ แล้วทำในสิ่งที่อยากทำกันเถอะ

    เอาสิ ......... ทำเลย

    ทั้งหมดนี้ก็คือที่มาง่ายๆ  และเดิมๆ ของการเดินทาง

    ครั้งใหม่อีกครั้ง ...

    March 18

    "ลืม" ได้จริงหรอ??

      



    มีดินสอที่เขียนอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่แท่งหนึ่ง ...
    มียางลบที่ลบอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่ก้อนหนึ่ง ...


    ฟังดูอาจตลกทุกคนอาจคิดว่าดินสอกับยางลบเป็นของคู่กันแต่ลองอ่านดูก่อนนะดินสอแท่งนั้นเป็นเพื่อนกับยางลบก้อนนั้นทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันทำอะไรด้วยกัน หน้าที่ของดินสอก็คือเขียน มันจึงเขียนทุกที่ทุกอย่างเสมอตลอดเวลาที่อยู่กับยางลบหน้าที่ของยางลบก็คือลบ มันจึงลบทุกอย่างที่ดินสอเขียนทุกที่ทุกเวลา....


    เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี ทุกอย่างก็ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา จนกระทั่งดินสอเอ่ยกับยางลบว่า เรากับนายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว ยางลบจึงถามว่าทำไมล่ะ ดินสอจึงตอบกลับไปว่า ก็เราเขียนนายลบแล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย ยางลบจึงเถียงว่า เราทำตามหน้าที่ของเราเราไม่ผิด


    ทั้งคู่จึงแยกทางกัน


    ดินสอ พอแยกทางกับยางลบมันก็ดีใจที่สามารถเขียนอะไรได้ตามใจมัน แต่พอเวลาผ่านไปมันเริ่มเขียนผิดข้อความที่สวยๆที่มันเคยเขียนได้ก็สกปรกมี แต่รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด มันคิดถึงยางลบจับใจฝ่ายยางลบพอแยกทางกับดินสอมันก็ดีใจที่ตัวมันไม่ต้อง เปื้อนอีกต่อไป

    พอเวลาผ่านไป มันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าเพราะไม่มีอะไรให้ลบมันคิดถึงดินสอจับใจ ทั้งคู่จึง กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ คราวนี้ดินสอเขียนน้อยลงเขียนแต่สิ่งที่ดีส่วนยางลบก็ลบเฉพาะที่ดินสอเขียนผิดเท่านั้น


    ถ้าเปรียบการเขียนเป็นการจำดินสอ ในตอนแรกก็จำทุกเรื่องทั้งดีและไม่ดี แต่พอเปลี่ยนไป มันก็หัดเลือกจำแต่สิ่งดีๆเท่านั้น ส่วนการลบเปรียบเหมือนการ "ลืม"..ยางลบในตอนแรกก็ลืมทุกอย่างทั้งดีและไม่ดี แต่ทุกครั้งที่ลืมเรื่องไม่ดีตัวมันก็จะสกปรกแต่ตอนหลังมันเลือกลืมแต่ เรื่องไม่ดีหรือคือการให้อภัยนั่นเอง ฉะนั้นการเปรียบการเดินทางของทั้งคู่ดุจมิตรภาพ คือ การจำแต่สิ่งดีๆ และลืมในสิ่งที่อาจผิดพลาดบ้าง  ขอให้ทุกคนเป็นอย่างดินสอกับอย่างลบตอนหลังนะ



     

    ก็ดีแล้วนิ! ที่จบแบบนี้ แล้วชีวิตของพวกคุณล่ะ จะจบเช่นไร

     

     *************************************************************************************************************************************


    March 12

    เจ้า ปลาทอง!

     

    ปลาทองที่อยู่ในโหล เจ้านั้นคงจะไม่เคยรู้เลย

    ในใจเจ้าคงนิ่งเฉย ไม่รู้ว่าใครที่คอยเฝ้าห่วงหวง

    ปลาเอยเจ้าอยู่ในนั้น สีสันเจ้าเป็นประการทุกส่วน

    ในใจเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่

    อยากจะรู้ เจ้าเองจะเคยรักใคร และไม่รู้ว่าเจ้าเองจะเคยรู้ไหม

    ว่ามีฉันอยู่ ว่ามีฉันดูแลห่วงใยแค่ไหน

    อยากจะรู้ เจ้าเองจะคิดถึงใคร และไม่รู้ในใจเจ้ามีฝันอะไร

    เมื่อเรานั้น อยู่กันเหมือนโลกคนละใบ

    ปลาเอยเมื่อเจ้าดูหงอย ฉันเองก็พลอยจะเป็นทุกข์ใจ

    วันในเจ้าดูสดสน หัวใจบางคนก็พลอยได้รอยยิ้ม

    ปลาเอยจะจำได้ไหม ว่าใครที่ทำให้เจ้าได้อิ่ม

    คนเดียวที่ไม่เคยทิ้งเจ้าไว้เลย

    สิ่งที่จากไป..

    เข็มวินาทีกระดิกเดินเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนสิ้นใจอย่างสงบ
    เป็นนาฬิกา หรือเวลากันแน่ ที่จากไป

    ว่ากันว่า ในตัวเรือนเดียวกัน นาฬิกาที่ลานขาดแล้ว
    จะมีน้ำหนักน้อยกว่านาฬิกาที่ยังเดินอยู่
    น้ำหนักที่หายไปพร้อมกับความตาย คือมวลของอะไร ถ้า

    ไม่ใช่ ความผูกพัน ที่ เวลา และนาฬิกามีต่อกัน
    เวลาใช้ทุกวินาทีอย่างมีค่า โคจรตามเข็มนาฬิกา

    ส่งเสียงปลอบใจดัง ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก
    เหมือนกับว่า มันจะเป็นของกันและกันตลอดไป
    ..แต่ในความเหมือน ยัง ต่าง
    รู้มั้ยว่า นาฬิกา แตกจากเวลาตรงไหน
    ..นาฬิกา เราให้ใครไปแล้วยังขอคืนได้ แต่เวลา

    เมื่อให้กับใครไปแล้ว เราไม่สามารถเรียกมันคืนมาได้

    หรอกนะ !

     

    ..เป็น นาฬิกา หรือ เวลากันแน่ที่ตาย..