tHe Poii's profile● tHe POii ● PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    October 03

    ความรักกับน้ามเปล่า

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร


    แต่มันกลับมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามากความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ...
    น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียนความรักก็เหมือนน้ำเปล่า. .ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร
    ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้นใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิดใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก
    คงจะทำไม่ได้เช่นกันหรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทางเหมือนกับน้ำเปล่าคุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ ?
    อย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมซ่าๆ

    มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้ ...

    แม้น้ำเปล่า จะซาบซ่า ไม่เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม

    แม้น้ำเปล่า
    จะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง

    แต่น้ำเปล่า
    มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย
    มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใดๆน้ำเปล่า
    เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ เหมือนกับรักแท้ ...
    คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์ เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด 

    สะพานชีวิต

    สะพานชีวิตที่ทอดยาว เส้นทางสีขาวที่ก้าวเดินในแต่ละก้าว
    ถูกแต่งแต้มให้เป็นสีต่างๆกันไป
    บางก้าวเป็นสีที่สดใส บางก้าวเป็นสีเท่าหม่น
    สลับสับเปลี่ยนกันไป ทำให้สะพานดูมีสีสัน
    ในขณะที่ฉันเดินมาถึงกลางสะพาน
    อีกหลายๆคนเดินอยู่ข้างหลังฉัน
    และก็ใครอีกหลายๆคนที่เดินนำหน้าฉัน
    นั่นคือเส้นทางที่ทุกคน
    จะต้องเดินไปตามบาทวิถี
    หนทางสิ้นสุดอยู่ที่ใดทุกคนรู้
    อยู่ที่ว่าเราจะก้าวเดินไปอย่างระมัดระวัง
    หรือปล่อยจิตใจให้ล่องลอยโดยที่ไม่รู้ว่า
    ฉันย่างก้าวถึงไหนแล้ว
    ตอนนี้ฉันกำลังล่องลอยอยู่กลางสะพาน
    ฉันรู้สึกเคว้ง บางอารมณ์ฉันอยากเดินกลับไป
    แต่ในแต่ละก้าวที่ฉันเดินผ่านมา
    มันได้ถูกแต่งแต้มสีสันไปแล้ว
    แก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้น
    ในทุกย่างก้าวต่อไป ฉันเตือนตัวเองว่า
    จะต้องแต้มสีสันในก้าวต่อไปให้สดใส
    ดียิ่งกว่าเดิมจนกว่าหนทางจะสิ้นสุดลง
    ตามทางข้างหน้ามันยังคงเป็นสีขาว
    ที่รอสีสันมาแต่งแต้ม
    ฉันยังคงก้าวเดินต่อไป ต่อไป
    บนเส้นทางสะพานชีวิต....

    สำหรับความรัก

    สำหรับคนมีความรัก
    ทุกความรู้สึกล้วนเป็นความรัก
    เห็นอะไรก็คิดถึงคนรัก..
    หายใจเข้าเป็นความรัก หายใจออกเป็นความคิดถึง
    ทุกลมหายใจอุ่นอวลด้วยกลิ่นไอความอาวรณ์ ห่วงหา
    สารพันความรู้สึก หลากหลายอารมณ์
    แต่ทั้งหมดก็มาจากความรู้สึกเดียว
    ที่เรียกว่า "ความรัก"

    ความรักที่ดลบันดาลให้ใครคนหนึ่ง
    สามารถทำอะไรได้มากมาย
    เขียนหนังสือได้เป็นเล่มๆ เพื่อจะบอกใครเพียงคนเดียว
    ว่าความรักไม่เคยจางหายไปไหน
    ความรักยังอยู่..และความรักที่งดงามนั้นก็ไม่เคยตาย..
    ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านเนิ่นนานแค่ไหน
    ไม่ว่าความรักจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางหรือไม่
    ใครคนหนึ่งก็ยังคงมีรักเดียว
    และทุกวินาทีก็ยังคิดถึงแต่คนรัก..

    เพราะคนเรามีชีวิตอยู่ได้ด้วย
    ความรัก ความหวัง และความฝัน
    ถ้าเมื่อไหร่ไม่มีสามอย่างนี้ชีวิตนั้นก็เหมือนตายไปแล้ว..
    April 27

    "เรา"

     

     

    มาถึงวันนี้ได้ เราก็ผ่านอะไรมาเยอะ ทั้งทุกข์ สุข เศร้า เหงา และความห่างไกล

    มีคนเขาบอกว่า ความห่างไกล มีไว้วัดปริมาณความผูกพัน ... ใช่! อาจจะเป็นอย่างที่เขาพูดกันไว้อย่างนั้น แต่ใครคนไหนล่ะ จะอธิบายความรู้สึกนั้นได้จริงและเขาใจได้อย่างลึกซึ้งถ้าความรู้สึกนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับตนเอง

    ความรัก ..

    วันนี้รู้แล้ว  สิ่งที่ความรักจำเป็นต้องมี

    คือ ..การเชื่อใจ เข้าใจ และไว้ใจกัน*

    ใช่! บางครั้งมันก็เป็นเรื่องยากที่เราจะเรียนรู้มันอย่างลึกซึ้ง ด้วยเหตุผลหลาสยๆอย่าง เราต่างเป็นคนที่ต่างหลากหลายด้านความคิด ด้านชีวิตความเป็นอยู่ ด้านวัฒนธรรม ดัังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางครั้ง เราจะมี"ทะเลาะ" กันบาง มันเ็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้น บางคนบอกไว้ว่ายิ่งทะเลาะกันมากเท่าไหร่ ก็จะยึ่งเข้าใจกันมากขึ้นแต่มันก็ไม่ใช่กับทุกคู่เสสมอไป 

    เราควรเดินคนละครึ่งทางดีไหม?

    ปรับเข้าหากันทั้ง 2 คน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งที่ปรับเข้าหาหันอย่างสุดซึ้ง แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดอะรัยขึ้น ก็ไม่มีอะรัยดีขึ้นเลย นอกจาก ยิ่งปรับก็ยิ่งห่าง พอห่าง ไม่นาน ก็ต้องจบกัน

    ความเสียใจ! 

    เป็นของคู่กันมากับความสุขอยู่แล้ว อยู่ที่เราใช้ชีวิต อยู่ที่ว่าเรายึดติดมากแค่ไหน

    เรารู้จัก "รัก" รักอย่างมีสติเรานั่นแหละ จะค้นพบกับคำว่า "สุข" อย่างสุดซึ้ง และเจอคำว่า"เรา" ที่ตามหาอยู่นั่น... 

    March 25

    *จุดเริ่มต้น*



    เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ทุกวัน  ทุกวัน

    เราต่างก็อยู่บนความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

    ต่างก็รู้ตัวบ้าง ..ไม่อยากรู้ตัวบ้าง

    การได้เป็นตัวของตัวเองทุกๆวันมันเป็นเรื่องน่ายินดี

    แต่จะมีสักกี่คนที่ได้ตื่นขึ้นมายินดีทุกวัน

    พวกเราต่างก็ผลัดกันยิ้ม  ผลัดกันเสียใจ

    เพราะโลกคือสนามแข่งขันขนาดใหญ่ที่ไม่มีวันจบ

    เราอาจเพียงหวังแค่เพียงได้เข้าใกล้รอยยิ้มเข้าไปอีกนิด

    และหนีห่างจากความทุกข์ออกมาอีกหน่อย

    คนที่มีความฝันนั้นดีเสมอ

    บ้างฝันในโลกแห่งความจริง

    บ้างตื่นในโลกแห่งความฝัน

    ใครจะไปรู้ได้ว่าเราอยู่ในโลกใบไหนกันแน่?

    จะใช่โลกใบเดิมของเมื่อวานรึเปล่าหนอ

    แต่แล้วคนบางกลุ่มก็ได้ตัดสินใจว่า

    ลุกขึ้น ........ แล้วทำในสิ่งที่อยากทำกันเถอะ

    เอาสิ ......... ทำเลย

    ทั้งหมดนี้ก็คือที่มาง่ายๆ  และเดิมๆ ของการเดินทาง

    ครั้งใหม่อีกครั้ง ...

    March 18

    "ลืม" ได้จริงหรอ??

      



    มีดินสอที่เขียนอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่แท่งหนึ่ง ...
    มียางลบที่ลบอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่ก้อนหนึ่ง ...


    ฟังดูอาจตลกทุกคนอาจคิดว่าดินสอกับยางลบเป็นของคู่กันแต่ลองอ่านดูก่อนนะดินสอแท่งนั้นเป็นเพื่อนกับยางลบก้อนนั้นทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกันทำอะไรด้วยกัน หน้าที่ของดินสอก็คือเขียน มันจึงเขียนทุกที่ทุกอย่างเสมอตลอดเวลาที่อยู่กับยางลบหน้าที่ของยางลบก็คือลบ มันจึงลบทุกอย่างที่ดินสอเขียนทุกที่ทุกเวลา....


    เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี ทุกอย่างก็ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา จนกระทั่งดินสอเอ่ยกับยางลบว่า เรากับนายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว ยางลบจึงถามว่าทำไมล่ะ ดินสอจึงตอบกลับไปว่า ก็เราเขียนนายลบแล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย ยางลบจึงเถียงว่า เราทำตามหน้าที่ของเราเราไม่ผิด


    ทั้งคู่จึงแยกทางกัน


    ดินสอ พอแยกทางกับยางลบมันก็ดีใจที่สามารถเขียนอะไรได้ตามใจมัน แต่พอเวลาผ่านไปมันเริ่มเขียนผิดข้อความที่สวยๆที่มันเคยเขียนได้ก็สกปรกมี แต่รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด มันคิดถึงยางลบจับใจฝ่ายยางลบพอแยกทางกับดินสอมันก็ดีใจที่ตัวมันไม่ต้อง เปื้อนอีกต่อไป

    พอเวลาผ่านไป มันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าเพราะไม่มีอะไรให้ลบมันคิดถึงดินสอจับใจ ทั้งคู่จึง กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ คราวนี้ดินสอเขียนน้อยลงเขียนแต่สิ่งที่ดีส่วนยางลบก็ลบเฉพาะที่ดินสอเขียนผิดเท่านั้น


    ถ้าเปรียบการเขียนเป็นการจำดินสอ ในตอนแรกก็จำทุกเรื่องทั้งดีและไม่ดี แต่พอเปลี่ยนไป มันก็หัดเลือกจำแต่สิ่งดีๆเท่านั้น ส่วนการลบเปรียบเหมือนการ "ลืม"..ยางลบในตอนแรกก็ลืมทุกอย่างทั้งดีและไม่ดี แต่ทุกครั้งที่ลืมเรื่องไม่ดีตัวมันก็จะสกปรกแต่ตอนหลังมันเลือกลืมแต่ เรื่องไม่ดีหรือคือการให้อภัยนั่นเอง ฉะนั้นการเปรียบการเดินทางของทั้งคู่ดุจมิตรภาพ คือ การจำแต่สิ่งดีๆ และลืมในสิ่งที่อาจผิดพลาดบ้าง  ขอให้ทุกคนเป็นอย่างดินสอกับอย่างลบตอนหลังนะ



     

    ก็ดีแล้วนิ! ที่จบแบบนี้ แล้วชีวิตของพวกคุณล่ะ จะจบเช่นไร

     

     *************************************************************************************************************************************


    March 12

    เจ้า ปลาทอง!

     

    ปลาทองที่อยู่ในโหล เจ้านั้นคงจะไม่เคยรู้เลย

    ในใจเจ้าคงนิ่งเฉย ไม่รู้ว่าใครที่คอยเฝ้าห่วงหวง

    ปลาเอยเจ้าอยู่ในนั้น สีสันเจ้าเป็นประการทุกส่วน

    ในใจเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่

    อยากจะรู้ เจ้าเองจะเคยรักใคร และไม่รู้ว่าเจ้าเองจะเคยรู้ไหม

    ว่ามีฉันอยู่ ว่ามีฉันดูแลห่วงใยแค่ไหน

    อยากจะรู้ เจ้าเองจะคิดถึงใคร และไม่รู้ในใจเจ้ามีฝันอะไร

    เมื่อเรานั้น อยู่กันเหมือนโลกคนละใบ

    ปลาเอยเมื่อเจ้าดูหงอย ฉันเองก็พลอยจะเป็นทุกข์ใจ

    วันในเจ้าดูสดสน หัวใจบางคนก็พลอยได้รอยยิ้ม

    ปลาเอยจะจำได้ไหม ว่าใครที่ทำให้เจ้าได้อิ่ม

    คนเดียวที่ไม่เคยทิ้งเจ้าไว้เลย

    สิ่งที่จากไป..

    เข็มวินาทีกระดิกเดินเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนสิ้นใจอย่างสงบ
    เป็นนาฬิกา หรือเวลากันแน่ ที่จากไป

    ว่ากันว่า ในตัวเรือนเดียวกัน นาฬิกาที่ลานขาดแล้ว
    จะมีน้ำหนักน้อยกว่านาฬิกาที่ยังเดินอยู่
    น้ำหนักที่หายไปพร้อมกับความตาย คือมวลของอะไร ถ้า

    ไม่ใช่ ความผูกพัน ที่ เวลา และนาฬิกามีต่อกัน
    เวลาใช้ทุกวินาทีอย่างมีค่า โคจรตามเข็มนาฬิกา

    ส่งเสียงปลอบใจดัง ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก
    เหมือนกับว่า มันจะเป็นของกันและกันตลอดไป
    ..แต่ในความเหมือน ยัง ต่าง
    รู้มั้ยว่า นาฬิกา แตกจากเวลาตรงไหน
    ..นาฬิกา เราให้ใครไปแล้วยังขอคืนได้ แต่เวลา

    เมื่อให้กับใครไปแล้ว เราไม่สามารถเรียกมันคืนมาได้

    หรอกนะ !

     

    ..เป็น นาฬิกา หรือ เวลากันแน่ที่ตาย..

    January 30

    ฉัน!

    ฉันทำได้เท่านี้ เฝ้ามองเธอตรงนี้
    ทุกครั้งที่เขาทอดทิ้งให้เธอต้องมีน้ำตา
    ฉันมีสิทธิ์แค่นี้ แค่ห่วงเธอเสมอมา
    ไม่กล้าเข้าไปช่วยเช็ดน้ำตาเธอ

    แววตาที่เหงาเหงา ท่าทางที่ดูเศร้าซึม
    จะต้องทนเห็นอย่างนี้อีกเท่าไร

    ขาดความรักอยู่ใช่ไหม เหงาหัวใจมากไหมเธอ
    อยากกอดเธอเพียงเพื่อทำให้เธออุ่นที่ใจ
    แต่ว่าฉันไม่ใช่เขา ทดแทนความเหงาไม่ได้
    ฉันรู้ตัวดีเป็นแค่คนอื่นไกล ที่ได้แค่รักเธอ

    มองตาก็รับรู้ เข้าใจเธอทุกอย่าง
    ฉันเองก็เคว้งคว้าง เจ็บช้ำและเฝ้ารอ
    รักเธอมากแค่ไหน แต่ก็คงไม่มากพอ
    ความรักจากฉันช่วยเธอไม่ได้เลย

    แววตาที่เหงาเหงา ท่าทางที่ดูเศร้าซึม
    จะต้องทนเห็นอย่างนี้อีกเท่าไร

    ขาดความรักอยู่ใช่ไหม เหงาหัวใจมากไหมเธอ
    อยากกอดเธอเพียงเพื่อทำให้เธออุ่นที่ใจ
    แต่ว่าฉันไม่ใช่เขา ทดแทนความเหงาไม่ได้
    ฉันรู้ตัวดีเป็นแค่คนอื่นไกล ที่ได้แค่รักเธอ

    ก็รู้ว่าไม่มีทาง จะเข้าไปอยู่ข้างเธอแทนที่เขา
    อ้อมแขนของฉันคงไม่อุ่น ไม่คลายเหงา
    เมื่อใจของเธอนั้นเป็นของใคร

    ขาดความรักอยู่ใช่ไหม เหงาหัวใจมากไหมเธอ
    อยากกอดเธอเพียงเพื่อทำให้เธออุ่นที่ใจ
    แต่ว่าฉันไม่ใช่เขา ทดแทนความเหงาไม่ได้
    ฉันรู้ตัวดีเป็นแค่คนอื่นไกล ที่ได้แค่รักเธอ

    ไม่รู้จะทนได้เท่าไหร่ ได้แค่นี้ทำได้แค่เฝ้ามอง
    แค่ได้รักเธอ ก็ฉันมันเป็นแค่คนอื่น..

    January 24

    ความสำคัญมันต่าง

    วันนี้ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันจะต้องรู้สึกอะไรแบบนี้ มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเลย ต่ความรู้สึกนั้นกลับเป็นอะรัยที่อึดอัดมาก ฉันก็ไม่แน่ใจว่าทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนั้น ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วนั้น มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับความรู้สกของเราเลย แต่สิ่งที่ฉันรู้ในวันนี้ คือฉันแคร์เขามาก บางทีมันอาจจะมากไป แต่ฉันก็ไม่สามารถบอกเป็นคำพูดได้ว่า ทำไมฉันรู้สึกแบบนั้น ทั้งๆที่เรานั้นก็ต่าง เดิน กิน เที่ยว เล่น มาด้วยกัน

    บางครั้งคนเราก็ยากที่จะหาคำ ตอบให้หัวใจตัวเองได้ หากจะทำได้ก็คงทำตามความรู้สึกที่มีนั้น และปล่อยไปตามหัวใจ แต่..สำหรับฉันในวั้นนี้ มันยากเกินที่จะกลับไปแก้ไขสิ่งต่างๆให้อยู่ในสิ่งที่ควรจะเป็นนั้นไปแล้ว มันเดินทางข้ามผ่านสิ่งต่างๆมาลึก เกินเลย ไปแล้วนั้น คงเกินที่จะไปรู้สึกแบบเดิมๆ แบบนั้นอีกแล้ว มันมีแต่จะเพิ่มขึ้นมาทุกวันๆ เพิ่มขึ้นโดยที่่บางทีเรานั้นก็ไม่รู้ว่า เราเริ่มต้นที่จะรู้สึกแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ นาน..นานจนเมื่อเราย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของสิ่งต่างๆหรือสิ่งที่เรา รู้สึกนั้นๆ เราก็เลอะเลือนเลอะลืมไปแล้วว่าเราเริ่มรู้สึกตั้งแต่เมื่อไหร่

    แต่ แล้ววันหนึ่ง ..กับสิ่งที่เธอพูดบอก เธอพูดซ้ำๆ จนฉันจดจำฝังไว้ในจิตใจนั้น ฉันก็พยายามทำใจเชื่อถือคำพูดของเธอเสมอมา แต่แล้วเหตุการณ์และสิ่งต่างๆ ก็พยยามทำให้ฉันนั้นกลับไปคิดว่า สิ่งที่เธอพูดออกมานั้นมันจะเชื่อได้หรอ? ก็เกิดคำถามขึ้นในใจของฉันอีก ฉันขอสารภาพตรงนี้เลยว่าบางครั้งฉันพยายามที่จะข่มใจให้เชื่อในคำพูดของเธอ นั้น แต่แล้วฉันก็ทำไม่ได้จิงๆ คนเราเจอะเจออย่างนั้นก็คงยากที่จะเชื่อได้ เชื่อใจ..บางครั้งหัวใจก็ไม่เชื่อเลยด้วยซ้ำ

    เติบ โต ..มาจนวันนี้ ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งจะได้รู้สึกแบบ ยังไงก็บอกไม่ถูก มันเศร้า มันเลือนลอย ยังไงก็บอกไม่ถูก มันแบบโลกนี้แบบหยุดทุกอย่าง อยากหยุดทุกอย่างให้กลับไปเป็นวันของเมื่อวานให้หมด อยากให้ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ เป็นเมื่อวานให้หมด เพราะเมื่อวานก่อนหน้านี้ ฉันขอสารภาพเลยว่าฉันรู้สึกดีและมีความสุขมาก แต่ก้นะ ความจริงก็คือความจริง ทุกสิ่งก็เป็นไปตามที่ที่ควรจะเป็น

    วันนี้ ..จะเสียใจมากหรือน้อย อย่างน้อยความรู้สึกที่เสียไปก็เอาย้อนกลับคืนมาไม่ได้แล้ว เมื่อเธอเจอคนดีๆก็ควรดีใจ ถึงแม้มัันจะยากที่จะทำให้หัวใจเข้าใจมันยากเพียงใดก็ต้องทำ ..และฉันต้องทำให้ได้*

    "ร้อยครั้งที่สมองเข้าใจ ก็ไม่เทียบเท่ากับหัวใจรู้สึก"

    นับ วันๆสิ่งดีๆก้เริ่มหาย ไม่รู้เป็นเพราะอะรัย แต่สิ่งที่รู้ในวันนี้ก็คือสิ่งเหล่านั้นมันชัดเจนขึ้นมากทุกที เราไม่รู้หลอกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เราก็ทำไรไม่ได้มาก เธอรู้ไหมสิ่งที่เราพูด ที่เราบอกไป บางครั้งเรานั้นเจ็บปวดมาก สิ่งที่ประชดเหน็บแนม พูดพร่ำเพื่อจนไม่รู้อันไหนจริงจังอันไหนเล่นของเรา เธอก็คงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าความรู้สึกจิงๆแ้วมันเป็นอย่างไร ถึงเธอจะรับรู้ได้ ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร ในเมื่อความสำคัญของคนเรามันต่างกัน

    มน วันนี้ ฉันมีความรู้สึกอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม เป็นคนเดิมๆ ที่เมื่อก่อนไม่ค่อยอะไรหรือแคร์อะไรมากมาย แต่มันก็เนิ่นนาน นานจนช้านาน จนไม่สามารถที่จำกลับไปได้แล้ว 

    คำพูดบางคำพูด ..สำคัญเสมอ เมื่อคนสำคัญพูด ฉันคนหนึ่งที่อยากจะเชื่อในคำพูดนั้นที่พูดซ้ำๆ แต่การกระทำละ มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย ฉันในวันนี้อาจจะดูไม่เหมือนเดิม ใช่! ฉันมันไม่ใช่คนเดิม แต่ก็ยังไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้จะจบลงอย่างไร จะจบลงเมื่อไหร่ หรือว่าฉันต้องทนไปอย่างนี้ 

    ฉันไม่เคยเรียกร้องอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ฉันทำ ทำด้วยความจริงใจ ไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนจากใคร ทำด้วยใจ ทำไปเพราะอยากทำ แต่ในวันนี้ฉันทำไมรู้สึกถึงความห่างเหินที่ได้รับ หรือคนเราเมื่อเจอคนที่สำคัญกว่า ก็มักจะลดความสำคัญของเพื่อนลง ความผูกพัน ความรู้สึก หรือเวลา  ที่เขาว่ากันว่าเป็นตัวแปรเปลี่ยน แต่ฉันคิกว่า   "หัวใจ" มากกว่าที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เหมือนดั่งเช่นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ สำหรับในชีวิตฉัน...

     

    อยากให้รู้ไว้..

    Although I'm not your favourite one like the others.
    Although I may look simple and plain in your eyes.
    I’ve never made the statement “I love you”, Being less worthy on any one of these days.
    I only hope that you haven't forgotten who is over here.
    I miss you , my dear!” is what I really love to hear.
    That’ll be more than enough for someone like me. To have a sweeter dream tonight than any other night.
    No matter what position I’m holding in your heart. You’re still my most beloved one now and forever.
    Should your heart still have some space to spare.
    Would you be willing to share it with me?
    I’m aware that I’m just someone unimportant. But I’ll still keep on waiting for our time to come.
    Could you just whisper softly the word “love” to me , my dear?


    Do you love me , my dear? ...

    January 15

    >>lรู้สึกสักครั้ง*

    หากจะกล่าวถึงการขึ้นต้นบทนำนี้ คงไม่มีอะรัยที่ควรจะเื่อื่อนเอย หากจำกล่าวถึงความ "รู้สึก" ล้วนๆ --"

    เรื่องราวนี้่อาจจะเคยเกิดขึ้นในชีวิตใครๆบ้าง มันเป็นเรื่องที่ธรรมดามากๆ

    หากจะกล่าวถึงบุคคลที่เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของเราในช่วงเวลาหนึ่งซึ่งสำคัญกับเรามาก คือ " เพื่อน "   มันจะเป็นการดีไหมหากเรารู้สึก ...

    หลายคนคงเคยดูหนังที่มีความหลายหลายมิติ ซึ่งไม่กี่คนเท่านั้นที่เกิดมิติที่ซ้อนๆกัน เกิดขึ้นจริงในชีวิตจิงว่าการ "แอบรัก" ไม่สิ "รู้สึกดี" "เป็นปลื้ม" เราล้วนแต่จะหาเตุผลที่ดูสวยหรู สวยงามที่เราสามารถใช้ได้จิงในชีวิตประจำวันมาพูดไปอย่างพร่ำเพื่อ แต่จะมีสักกี่คนเล่าที่ดั่งรู้สึกที่จะรับผิดชอบต่อหัวใจตัวเอง และกล้าที่จะ "พูด" พูดในสิ่งที่ตัวเราและรู้ใจรู้สึก กลั่นกรองจากความรู้สึกข้างในลึกๆ ว่าเรารู้สึกอย่างนั้น กล้าพูดโดยไม่แกรงกลัวต่อต่อความผิดหวัง หรือ สมหวังที่กำลังรอเราอยู่ข้างหน้านั้น สมหวังกับผิดหวังมันมักจะต่างกันห่างกันเพียงแค่นิดเดียว เพียงแค่เรา "กล้า" กับ "ไม่กล้า" เท่านั้น เท่านั้นที่เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้คำตอบว่าเราเลือกทำสิ่งที่หัวใจเราต้อง การแล้วนั้น ผลสรุป สิ่งสุดท้ายของการได้รับรู้ข้อสรุปนั้น ก็คงเป็นเหตุผลที่เล็กน้อยที่เราจะได้ใส่ใจ เพราะสุดท้ายเราก็เต็มที่กับหัวใจเราเอง.. ไปแล้วนั้น เราเต็มที่กับทุกอย่างแล้ว ผลสุดท้าย "ผิดหวัง" กับ "สมหวัง" ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญไปซะแล้วละ

    มัน เกิดเรื่องราวขึ้น เรื่องราวมันซับซ้อนๆ ซ้อนกันไปกันมา มันเป็นเรื่องที่ยากจะอธิบายกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดที่สวยหรู คำพูดที่เราจะบอกใครๆ ให้เข้าใจได้ เพราะบางครั้งเมื่อเกิดความรู้สึกอย่างนั้นขึ้นมาเรายังไม่แน่ใจ ใจเราเองเลยว่าเรารู้สึกอย่างนั้น เพราะเราแคร์เขาใช่ไหม หรือเพราะเหตุผลใดกันแน่? คงมีคำถามหลายคำถามที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของเรา เราต่างหาคำตอบให้หัวใจเรา ทั้งค้นหา ตามหา แต่สุดท้ายคำตอบที่เราได้ ก็คือความว่างเปล่าที่มันไม่มีอะรัยเลย แม้แต่อากาศที่จะให้เราหายใจนั้นยังไม่มีเลย มันก็ยิ่งทวีคูณเพิ่มความอึดอัดใจเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ  และยิ่งพบเจอสิ่งเร้าให้เราหายใจไม่ออกอยู่อย่างนั้น เราก็ไม่แน่ใจว่าหัวใจเราจะทนได้นานสักแค่ไหน หากวันหนึ่งหัวใจเราเกิดต้านทานอะรัยๆไว้ไม่อยู่ แล้วเราจะทำอย่างไร?

    แต่สำหรับช่วงเวลานี้ ..."รู้สึกดี" 

    ถึงแม้ว่าช่วงเวลาดีๆแบบนี้จะไม่อยู่ยืดยาว หรือยาวนานเพียงใดเราไม่เคยหวัง ขอแค่ทุกวันเกิดสิ่งดีๆขึ้นในหัวใจเราทีละเล็กละน้อย ไม่มาก ไม่น้อย ไม่บ่อย ไม่เป็นไร แค่ทำสิ่งที่เรา "รู้สึก" ดี* มันก็น่าจะเป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว 

     

    เพื่อนlสนิท * 

    October 08

    ความรัก กับ อากาศ*

    ความรัก" กับ "อากาศ"

    เธอเลือกที่จะขาดสิ่งไหน
    ไม่มีอากาศ ...ก็ไม่มีลมหายใจ
    ไม่มีความรัก ยังหายใจได้..เหมือนทุกวัน

    อากาศไม่ต้องเสาะแสวงหา
    แต่ความรักจะได้มาต้องบากบั่น
    อากาศได้มาง่ายๆ และมีอยู่มากมายร้อยพัน
    ส่วนความรัก แม้เพียงฝัน..ก็สุขใจ

    อากาศแทบไม่มีน้ำหนัก
    ส่วนความรัก ใครก็เห็นว่ายิ่งใหญ่
    อากาศ ไม่เคยสร้างความเสียใจ
    หากความรัก ทำให้ต้องร้องไห้ มีน้ำตา

    อากาศ ทำให้ทุกชีวิตดำรงอยู่
    และความรัก ทำให้ลมหายใจทุกอณูมีคุณค่า
    อากาศมองเห็นได้ยากด้วยสายตา
    ส่วนความรัก เห็นด้วยตารู้ด้วยใจ
    มีอากาศโลกก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่
    มีความรักโลกจะกลายเป็นสีชมพูหวานไหว
    สำหรับอากาศ เข้า-ออกตามลมหายใจ
    แต่ความรักหากมีไว้..ก็ไม่อยากสูญเสียไปสักนิดเดียว

    ดูแลรักษาอากาศว่าลำบาก
    ดูแลความรัก ยิ่งยุ่งยาก หากไม่ชอบแลเหลียว
    อากาศมากเท่าไหร่ ...ก็ไม่กลมเกลียว
    ความรักแม้บางเบาก็แน่นเหนียว...และผูกพัน

    ส่วนประกอบของอากาศสามารถบรรยาย
    แต่ความรักไม่อาจอธิบายด้วยคำสั้นๆ
    อากาศ อาจดี-แย่ แต่ละวัน
    ส่วนความรักนั้น จะยังคงอบอุ่นกรุ่นหัวใจ
    ความรัก" กับ "อากาศ"
    หากถามฉันว่าเลือกที่จะขาดสิ่งไหน
    แม้อากาศจำเป็นสักเพียงใด
    ในโลกที่ความรักสิ้นไร้ ..ก็ไม่อาจทนอยู่ได้ เช่นกัน
    September 30

    ช่วงที่ดีที่สุด

    และแล้วก็ถึงช่วงปิดเทอม
    เห้อ...
    แต่ก็ยังคงไป รร. เกือบทุกวันไม่เคยหยุดหย่อน มันเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่ดีเลยทีเดียว
    การใช้ชีวิตช่วง ม.ปลาย
    โรงเรียนถือเป็นสถานที่สำคัญที่ไม่ว่า..ไม่รู้จะไปที่ไหน เมื่ออกจากบ้านแล้ว
    รร. คือที่พักพิงสุดท้าย

    รร.ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมาย
    เป็นบ่อเกิดแห่งห้วงความรู้สึกต่างๆ
    รร. คือที่ที่คนมีความรู้สึกดีๆกับใครคนหนึ่งไม่อยากให้ รร. ได้หยุกพักผ่อน
    แต่คนแบบนั้นดันลืมไปว่า
    รร. ก็มีช่วงเวลาที่เหนื่อยเืมื่อล้า รอคอยเวลาที่อยากจะหยุดพักผ่อนยาวๆบ้าง
    การที่เราพอใจที่จะอยู่ รร.
    อยู่เป็นเพื่อน รร. อย่าไม่เหน็ดเหนื่อย นั่นก็เพราะแรงใจ
    แต่แรงใจนั้นบ้างครั้งก็เหนื่อย ก็ล้า ก็ท้อ หรือหมดหวัง
    แต่เมื่อมีแรงที่จะสู้ต่อแล้วนั้น
    จะรูํ้้สึกได้ว่า รร. คือที่ที่ดีัที่สุด ที่ๆทำให้เรามีความสุข

    เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นที่นี่
    และสุดท้ายก็จบที่นี้
    บางคนมีสิ่งดีๆจดจำเป็นความทรงจำที่ดี
    บางคนเจ็บปวดปางตาย แต่ก็ผ่านไปได้

    รร. คือศูนย์รวมความทรงจำของเด็ก ม. ปลาย

    ไม่แปลกเลยหากจะบอกว่า รร. คือศูนย์รวมที่มีความรักก่อเกิดขึ้นอย่างมากมาย
    การที่เราพอใจใครสักคนและรู้สึกดีๆนั้น
    มันเป็นเรื่องที่แปลกที่เกิดขึ้นในชีวิต 
    มีคนเป็นล้านเป็นแสนล้านล้านคน
    แค่มีเพียงคนเดียวที่เรารู้สึกดีด้วย

    หลายคนสมหวัง อีกหลายคนผิดหวัง
    แต่สิ่งที่ยังคงหยัดยืนอยุ่ได้นั้น ก็คือ..ความรู้ดีๆนั้น
    ความรู้สึกดีๆนั้น เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ยากที่จะลบออกไปจากใจได้อย่างง่ายดาย
    มันต้องมีช่วงเวลาที่ดีบ้างละที่จะมีเพียงวินาทีหนึ่ง *ที่เราคิดถึงมัน

    เวลา..คือยาที่เยียวยาหัวใจเราได้เป็นอย่างดี
    หากเราลองให้โอกาศตัวเองใช้เวลาในการเยียวยา
    แล้วเราจะมองเห็นเขาคนนั้นในอีกแง่มุมมองหนึ่ง

    อยากลืม..แปลว่าลืมไม่ลง*

    ...AirplaneDog face...




    April 02

    อะรัยๆก้เปลี่ยน

    เคยไหม..ที่คนๆหนึ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตเราได้มากขนาดนี้
    ทั้งๆที่ เขาเป็นคนที่เดินผ่านเข้ามาในชีวิตและก็น่าจะเดินจากไป
    แต่ทำไม..ช่วงเวลานั้น
    ช่วงเวลาที่ได้สัมผัส
    มันถึงตราตรึงในหัวใจไม่ยอมจางหาย
    ทั้งๆที่มันอาจเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
    ที่บางคนไม่น่าจดจำเลยด้วยซ้ำ
    แต่ก็มีอีกหลายคน
    ที่จดจำตลอดเวลา
    ไม่มีวันลืม..
     
     
    มันน่าแปลก
    เรื่องของความรู้สึก
    หลายคนสัมผัส ..แต่ไม่เข้าใจ
    หลายคนเข้าใจ  ..แต่ไม่ได้สัมผัส
     
    ความรู้สึก..
    เป็นอะรัยที่ซับซ้อน บางคนใช่ บางคนไม่ใช่
    *-
     
     
    มาวันนี้
    อะรัยๆก็เปลี่ยน
    ไม่เเปลกที่ใครบางคนก็เปลี่ยน
    อากาศยังมีวันเปลี่ยน
    แล้วหัวใจคนเป็นอะรัยที่...บอบบาง
    ไม่แปลก
    ถ้าจะมีใครเปลี่ยนไปตามอากาศ
     
     
    แต่ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่ง
    ที่ไม่ว่า..
    คนๆนั้นเปลี่ยนไปมากแค่ไหน
    เขาก้พร้อมที่จะรอ
    รอ..อยุ่ที่เดินตรงนี้ด้วยความรู้สึกดีๆอย่างนี้ต่อไป
    มันอาจเป็นถ้อยคำที่เหมือนในละคร
    แต่ก็ไม่แปลก
    ถ้าจะเกิดขึ้นได้จริงในชีวิต
     
    ---+
    ถ้อยคำบางคำ
    กับคนบางคน
    บางครั้งจะมีความสำคัญก็ต่อเมื่อคนๆนั้นได้เอ่ยปากพูด
    แต่ก็ตรงกันข้าม
    จะไม่มีความสำคัญเลยถ้าคนๆนั้นไม่มีความหมายแล้วดันพุด
     
     
    มีหลายคนบอกว่า
    การกระทำ..สำคัยกว่าคำพุดเสมอ
    แต่ทำไม ถ้าเรื่องบางเรื่องไม่พุด การกระทำที่ทำก็ไม่มีค่าเลย
    แต่ก้ถ้าพุดบ่อยๆ คำๆนั้นอาจเป็นคำที่ไร้ค่าเลยทีเดียว
     
    การกระทำอาจสำคัญกว่าคำพูดก็จริง
    แต่ถ้าทั้งการกระทำและคำพุด
    ได้มีโอกาศใช้พร้อมกัน ก็จะเป็นอะรัยที่ลงตัว
    แต่จะมีสักกี่คนละ
    ที่ได้ทำเช่นนี้
     
     
     
    แต่ก็มีบางคน..ที่
    บางคน
    ...
    การกระทำได้บงบอกถึงความรู้สึก
    แต่เขากลับไม่มีความกล้าพอที่พุดมัน
    ไม่กล้าแม้จะคุยต่อหน้า
    อาจจะเป็นเพราะอะรัยนั้น
    ไม่สามารถตอบได้เลย
    แต่..คำพุด
    หากพุดไป
     
    แล้วเขาไม่ต้องการฟัง
    อย่าพูดเลยดีกว่า
     
     
    -*+.
    *0*
    มันยากนะ กับการทำตรงข้ามกับหัวใจตัวเอง
    ต้องฝืนต้องฝืนทน
    อยู่อย่างนี้เรื่อยไป
     
     
     
    หากวันนี้
    สิ่งที่เขาตามหา
    แล้ววันนี้เขาได้พบ
    เราก็ควรยินดีก่าสิ่งที่เขาต้องการอยุ่นั้น
    ก็ในเมื่อความต้องการของเรามันต่าง
    ความแตกต่างทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างระหว่างกันและกันได้
     
     
    มาวันนี้
    เห้นที
    เราต้องทำใจ..ต้องตัดใจแล้ว
    รู้ ..ว่ามันยาก
    แต่จะฝืนไป
    ก็กลัวเขาลำบากใจป่าวๆ
    กลัวเขาเบื่อ
    กลัวเขารำคาญ
     
    ที่สำคัยกลัวเขาไม่เหมือนเดิม
    เพราะที่เป็นอยุ่ก้ดีแล้ว
    สุขบ้าง
    ทุกข์บ้างตามประสา
     
    แค่ความรู้สึกเรา..เรารู้ว่าเราแคร์แค่ไหน
     
     
     
    แต่แค่เราแคร์ความรู้สึกเขาเท่านั้น
    ที่สำคัญ...
     
     
     
    สวมกอดด้านซ้ายหัวใจสลายสวมกอดด้านขวา
     
     
     
    เย้ยหยัน..   จันทร์เสี้ยวหน้าสุนัข    ..ห้ามบอกใคร
     
     
    March 03

    ช่วงเวลาดีๆ

    ปิดเทอมแล้ว...
    ปิดเทอมสักที
    มันอาจเป็นช่วงเวลาที่ดี
    แต่บ้างครั้งมันก้เป็นช่วงเวลาที่เราไม่ต้องการเลยทีเดียว
     
     
    ปิดเทอม
    --*
    เป็นช่วงเวลาที่ใครหลายคนต้องการก็จริง
    แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ใครอีกหลายคนไม่ต้องการเลยทีเดียว
    อาจจะเป็นเพราะเหตุผลใดนั้น
    มันก็ขึ้นอยู่ก่าแต่ละคน
     
    สำหรับเรา..
    ไม่รู้ทำไม
    55555+
    บอกไม่ถูกอะ
     
     
    ปิดเทอม..
    บางครั้งก็มีความสุ๘บางครั้งก็น่าเบื่อ
    จะเอายังงัยเเน่เนี๊ย
     
    เกรดใกล้จะออกแล้ว
    เห้อออ
    จะเป็นไงบ้างเนี๊ย
    คิดว่าคงน้อยกว่าเดิมแน่เลย
    เสียใจไหม..
    ไม่รุ้ดิ
    อาจจะมีบ้างที่อะไรที่ใจหวังแล้วไม่เป็นดั่งใจหวัง
    ก็คงผิดหวังบ้าง
     
    1 ปีที่ผ่านมา
    รู้จักอะรัยดีๆก้เยอะ
    เหงอะรัยที่ดุแล้วเรามีความสุขก็เยอะ
    ดีใจ..ที่ยังมีความทรงจำดีๆเก็บไว้
    ดีใจที่มี...
     
     
    **----**
     
     
     
    หากไม่รุ้จักความเจ็บปวด..ก็คงไม่รุ้ซึ้งถึงความสุขใจ +
    +
     
    แต่สุดท้ายก็แก้ไขอะรัยไม่ได้อยุ่ดี
    เข้าใจๆ
     
     
    ช่วงชีวิต เด็ก ม.4
    บ้างครั้งก้ดี
    บางครั้งก็ร้า
    555+
     
    เรื่องราวมากมายที่เข้ามาที่เราต้องศึกษาและเรียนรู้คำว่าเพื่อน
    พฤติกรรมบางพฤติกรรมของเพื่อนที่เราคิดว่ามันเลวร้ายไปก้เลวร้ายสุด
    จนไม่คิอดว่าเพื่อนกันจะทำกันได้ถึงเพียงนี้
     
    บางคนดีก้ดีไป
    ดีมากไปจนไม่รุ้จะหหาอะรัยมาตอบแทน
    มีอะรัยที่มันสมดุลกันบ้างไหมเนี๊ย
     
    เห้ออ
     1 ปีที่ผ่านมา
    ทำให้รุ้ถึงเพื่อน
    นิสัยของแต่ละคนมากขึ้น
     
     
    สิ่งต่างๆอาจจะเปลี่ยนตามฤดุกาล
    แต่คนบางคนยังมั่นคงก่าสิ่งหนึ่งๆอยู่เสมอไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
     
     
    ..............
     
     
     
     
     
     
     
    ประหลาดใจยิงฟันแลบลิ้นสงสัยร้องไห้
     
    February 11

    หาย..*

    วันนี้ก้คิดไงไม่รุ้ 555+
    มาอัพสเปวเฉยเลย  คึกคัก   รึป่าวหว่า  ๕๕๕
    คือว่าพักนี้ ตั้งแต่อยุ่ ม.4  นักครั้งเข้ามาอัพสเปซได้เลยนะเนี๊ย
    ๕๕๕
    งี้แหละ
    เรียนหนัก  (หรอ)
    มันก้ไม่เชิงหลอกนะ
    อิอิ
    พอดีติด hi5  อิอิ (ขอสารภาพจากใจ)
     
    งานพักนี้ก้เยอะมากมายก่ายกอ...
    แต่ก็ไม่ยอมทำ..บางอารมคนเรามันก็ต้องขี้เกียจบ้างอะเนอะ
    แต่มันเริ่มเยอะแล้วเนี๊ยตัวขี้เกียจเนี๊ย
     
    วันนี้ไปดุหนังก่าเพื่อนมา
    อิอิ
    หนุกดี
    ไม่รุ้จะหวานกันไปถึงไหนนะเนี๊ยเพื่อนช้านนนนน
    เบาๆหน่อยก้ได้เพื่อน
    เราอิจฉา  อะล้อเล่นนะ
    เราไม่ใช่นักแสดงในละคร เราไม่จำเป็นต้องอิจฉาเพื่อน
    ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
    พึมพำพร่ำอยุ่คนเดียวนะเนี๊ย
     
    จะวาเรนไทน์แระ
    อิอิ
    ก้เหมือนเดิมแหละปีนี้
    ไม่เหงมีอะรัยน่าตื่นเต้นเลยนิ
    เนอะ
    ก้.......
    ไม่รุ้ดิ
    งั้นๆอะ
    พอแล้ว มันเริ่มอิ่มตัวเเล้วก่าคนนั้น
    ๕๕๕๕๕+
    พุดเหมือนมีเลย
     
    รู้สึกวันนี้จะอัพยืดยาวมากมาย
    อิอิ
    ก้คิดุงสเปซที่รักนิเนอะ
    ไม่ได้เล่นเลยพักนี้
    อิอิ
     
     
    เอาละ
    เอาเปงว่า..............
    วาเรนไทน์ปีนี้ขอให้เพื่อนๆมีความสุขและกันเอนะ
    สุกสมหวังกันท่วนหน้า
     
     
    --------------สาธุ*
     
     
    เขินอายยิ้มแลบลิ้นประหลาดใจยิงฟัน
     
     
     
    November 17

    สุก..ที่ได้รัก



    สุขที่ได้รัก

     

     

     

     

     

     

     

              เคยได้ยินมั้ยว่า บางครั้งการที่คุณรักใครสักคน ก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่เค้าคนนั้นจะรักคุณตอบ ความรัก เป็นเรื่องเข้าใจยาก แต่ ความรัก มันก็มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ถ้าคุณเจอคนที่ใช่ บทความ กลอน ความรัก เกร็ดความรู้ วันนี้ เรามีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับ ความรัก มาฝากเพื่อนๆ กันด้วย ว่าแล้วก็ไปดู บทความ กลอน ความรัก เกร็ดความรู้ เรื่อง สุขที่ได้รัก กันเลย...

      

     

     

     

     บางครั้งการที่คุณรักใครสักคน ก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่เค้าคนนั้นจะรักคุณตอบ

              บางครั้งคนที่คุณกำลังคิดถึง
    เค้าอาจจะกำลังคิดถึง ใครอีกคนอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้

              แต่...จงยินดีกับตัวเองเถอะนะ
    ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ ความรู้สึก ของความรัก

              จงยินดีเถอะนะ...ที่ได้รู้จักกับรักที่สวยงาม

              จงยินดีเถอะนะ...ที่คุณได้มีโอกาสสัมผัสกับความรักที่แท้จ

     

     

     

    ริงโดยที่ใครอีกหลายคนไม่มีโอกาส

              ความรัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการได้มาทั้งหัวใจ
    ของคนที่คุณรัก แต่ความรักมันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคุณ ที่เป็นสุข...สุขที่ได้รัก

              อย่ารักเพียงเพื่อต้องการให้ได้เค้ามาเคียงข้าง เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้เลย ถึงแม้ว่าคุณอยากจะให้เค้ามาอยู่กับคุณตลอดเวลาก็ตาม

     จงรู้ไว้เถอะนะว่า แม้เค้าจะอยู่กับคุณ คุณก็อาจจะได้เพียงแค่ตัวเค้า แต่คุณก็ไม่มีวันที่เป็นเจ้าของหัวใจของเค้าได้อย่างแท้จริง 

     

     

     


              จงรัก และทำให้คนที่เรารักมีความสุข ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่เคียงข้างคนที่คุณรัก และรู้สึกเจ็บปวด เมื่อเห็นเค้ากับใครอีกคนที่เค้ารัก..อยู่คู่กัน

             
    ขอให้คุณคิดซะว่าในเมื่อเค้ามีความสุข ก็ยังดีกว่าการที่เราได้เห็นเค้าทนทุกข์ และการที่เห็นคนที่เรารักมีความสุข เราก็ย่อมสุขด้วยเสมอ (ถ้ารักครั้งนั้นเป็นรักที่แท้จริง) 

     

     

     

     


              จงรัก ที่จะเรียนรู้ และให้อภัย ขอจงภูมิใจที่ได้ มีรัก

     


    October 12

    แอบ..*-*

    ฉันถามว่าเธอไปไหน ก็บอกว่า ฉันมันวุ่นวาย
    ฉันเป็นห่วงรู้ไหม ? . . . อย่าโกรธฉันนะคนดี
    ก็รู้ไม่มีสิทธิ์หวง ขอบเขตที่มีแค่นี้
    อย่าย้ำได้ไหมคนดี แค่นี้ก็เจียนตัวจะตายแล้ว

    ก็รู้ . . . เค้าคือคนที่สำคัญ ก็รู้ฉันมันเป็นคนแค่สำรอง
    ก็รู้ไม่มีสิทธิ์ แต่ก็เผลอคิดทุกที
    รู้ตัวว่า . . . คนที่มาทีหลัง ไม่มีสิทธิ์หวังเป็นคนที่หนึ่ง
    เป็นแค่ความลึกซึ้ง ที่เธอให้เป็นได้แค่ตัวสำรอง

    ตอนที่เธอดีกับฉัน ก็เผลอคิดไปมากมาย
    ว่าเธอจะรักฉันได้ และเลิกกับใครคนนั้น

    ตอนที่เธออยู่กับเขา เธอไร้ตัวตนเงียบหาย
    จะโทรก็โทรไม่ได้ นี่ฉันเป็นอะไรของเธอ

    ก็รู้ เค้าคือคนที่สำคัญ ก็รู้ฉันมันเป็นคนแค่สำรอง
    ก็รู้ไม่มีสิทธิ์ แต่ก็เผลอคิดทุกที ว่าเธอยินดี จะมีใจ
    แต่…รอเท่าไหร่ ๆ เธอก็ไม่มีใจ จะให้ฉันเป็นที่หนึ่งสักที
    เฮ้อ… เรื่องเศร้า ๆ ของคนมาทีหลังก็เป็นแบบนี้แหละ
    เอ้า… ใครเคยมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนฉันบ้างไหม?

     

    October 08

    ช๊อบชอบ

     

    แค่รู้สึก..

    กาลครั้งหนึ่ง...ฉันรักเธอ

    ...เราจบกันไปหลายครั้ง
    และกลับมาเริ่มใหม่อีกหลายครั้ง
    ทั้งที่เธอขอโอกาสแค่อีกครั้ง
    ไม่รู้ทำไมฉันถึงให้อภัยเธออีกบ่อยครั้ง
                                                           ...ฉันคงจดจำเรื่องราวระหว่างเราได้ดีมากเกินไป
                                                         ไม่เคยใส่ใจที่จะจำความใจร้ายของเธอที่ทำต่อกันเสมอมา
                                                                         ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ....
                                                                       บางที เรื่องราวเหล่านั้น 
     
                                                                                  

     ...มันอาจจะนานจนใช้คำว่า “กาลครั้งหนึ่ง”ได้อย่างเต็มปาก
    น่าแปลก...ที่ฉันยังจดจำทุกอย่างระหว่างเราได้ดี
    แต่ไม่คิดที่จะกลับไปอีกสักครั้ง
    ทั้งที่ฉันยังรักเธออยู่
    ความรักที่คล้ายสายลมซึ่งพัดหวนกลับมาบ่อยๆ
    กลายเป็นสายน้ำที่ไม่ไหลย้อนกลับตั้งแต่เมื่อไร
    ... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน


     

    เพื่อนสนิท

    ...ฉันรักเวลาที่เธอยิ้มแล้วตาเป็นประกาย
    ฉันรักในความปากร้ายของเธอ
    ฉันรักที่เธอโทร.มาถามว่ากินข้าวแล้วหรือยัง?
    ฉันรักที่ห้องของเธอรกมาก
    ฉันรักความฟอร์มจัดของเธอ
    ฉันรักท่าทางของเธอ เวลาที่เธอแกะปูไม่ได้

    ฉันรักความขี้เล่นของเธอ
    ฉันรักที่เธอโทร.กลับ เมื่อเห็น miss call จากฉัน
    ฉันรักเวลาที่เธอเล่าเรื่องราวความฝันของเธอ
    ฉันรักเวลาที่เธอฮัมเพลงเบาๆ ขณะขับรถ
    ฉันรักท่าตักข้าวคำใหญ่ๆ เข้าปากเล็กๆ ของเธอ
    ฉันรักความรู้สึกนึกคิดของเธอ
    ฉันรักเวลาที่เธอเรียกให้ฉันดูผู้ชายอีกคน...
    ที่คิดว่าฉันสนใจ


    ฉันรักความกระตือรือร้นที่เธอมี
    ฉันรักความขี้เบื่อของเธอ - -
    ฉันรักปลอกหมอนกับผ้าห่มของเธอ...มันอุ่นดี
    ฉันรักช็อกโกแลตกับอมยิ้มที่ได้มาจากเธอ
    ฉันรักที่เธอนั่งรอฉันกินข้าว

    ฉันรักที่เธอโทร.มาคุยกับฉันได้ถึงสองชั่วโมงครึ่ง...
    ทั้งที่เพิ่งบอกฉันว่าไม่ชอบคุยโทรศัพท์

    ฉันรักถ้อยคำธรรมดาๆ ของเธอ...

    - - หมดหรือยังนะ?

    อ้อ...

    ฉันรักที่เธอทำเหมือนไม่รู้ว่าฉันรัก

    รองเท้าคนอื่น
    ฉันเจ็บเท้ามากเลย
    ...ไม่ใช่เพราะเดินมาก
    แต่เพราะมันไม่ใช่รองเท้าของฉันต่างหากล่ะคะ 

     

    ดังนั้น...เดินแค่ 2-3 ก้าว
    ฉันก็เจ็บแล้วล่ะค่ะ
    ใส่รองเท้าของคนอื่น
    มันเจ็บแบบนี้เองนะคะ

    เวลาที่เท้าเราเจ็บ
    มันเจ็บไปถึงส่วนอื่นๆ ของร่างกายด้วยนะคะ

    ทั้งที่รู้ว่ารองเท้าไม่ใช่ของฉัน
    มันใส่ไม่พอดี
    ใส่แล้วไม่สบายเท้า
    แต่ฉันก็ยังอยากใส่ทั้งๆ ที่รู้

    ฉันไม่อยากจะบอกอย่างนี้เลย
    ...แต่ต้องบอกค่ะ
    การที่ฉันรักคุณก็เหมือนกัน
     

     

    รัก...
    ทั้งที่รู้ว่าคุณมีเจ้าของแล้ว

    มันเจ็บเหมือนการเอารองเท้าคนอื่นมาใส่น่ะค่ะ

    บางที ไม่ต้องเดินทางไหนเลย...ก็เจ็บเท้าซะแล้ว

    วันนี้...
    ฉันจะไปหารองเท้าคู่ใหม่ให้ตัวเองแล้วนะคะ
    รองเท้าคู่ที่จะไม่ทำให้ฉันเจ็บเท้า...
    รองเท้าที่มีฉันเป็นเจ้าของ

    ส่วนคุณ...
    ก็ต้องอยู่กับเจ้าของคุณนั่นล่ะค่ะ


    ...ถ้าขืนคุณยังจะเอาตัวเองไปหยิบยื่นให้ใครๆ อีก
    เค้าต้องเจ็บแน่ๆ เลย...
    “เค้า” ที่ฉันหมายถึง
    ก็คือ...คนที่ต้องใส่รองเท้าคนอื่น
    แล้วก็...เจ้าของรองเท้า
    ...ที่รองเท้าหายไงคะ